แจกสูตรน้ำพริกอ่อง 3 สูตรเด็ดอร่อย กินง่ายได้ทุกมื้อ

“น้ำพริกอ่อง” เป็นน้ำพริกรสอร่อยของชาวภาคเหนือ  มีส่วนผสมของหมูสับและมะเขือเทศเปรี้ยวๆ หวานๆ  กลมกล่อมมากและรสชาติไม่เผ็ดเกินไป เด็กๆ หัดทานได้เลยค่ะ  ซึ่งวันนี้เรานำมาฝากกันถึง 3 สูตรเลยทีเดียว ใครชอบทานน้ำพริกก็ทำทานในบ้านกันดูเลยนะคะ

สูตรที่ 1 น้ำพริกอ่องสูตรดั้งเดิม ชาวเหนือ

น้ำพริกอ่องสูตรดั้งเดิมจะไม่ใส่น้ำตาล เพราะรสเปรี้ยวและหวานจะได้จากผลของมะเขือเทศ ที่ผสมรสหวานของเนื้อหมูอีกด้วย

ส่วนผสมของน้ำพริกอ่อง

  • เนื้อหมูบด 400 กรัม
  • มะเขือเทศลูกเล็ก 20 ลูก
  • ผักชีและต้นหอมซอย (เพื่อโรยหน้า) อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกงน้ำพริกอ่อง

  • พริกขี้หนูแห้ง 20 เม็ด
  • หอมแดง 5 หัว
  • กระเทียมไทย (กลีบเล็ก หรือกลีบใหญ่ก็ได้) 10 กลีบ
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ½ ช้อนชา

วิธีทำน้ำพริกอ่อง

1.โขลกพริก หอมแดง กระเทียม รวมกันให้ละเอียด

2.ใส่กะปิและเกลือ โขลกให้เข้ากัน

3.ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูบด ลงผัดให้สุก เติมน้ำเล็กน้อย

4.พอเดือด ใส่มะเขือเทศ ลงผัดให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนมะเขือเทศสุก ปิดไฟ

 

สูตรที่ 2 น้ำพริกอ่องสูตรนี้ทำง่าย อร่อยเวอร์

สำหรับสูตรนี้จะไม่เหมือนสูตรของทางเชียงใหม่ สูตรนี้จะออกหวานนิดๆและมีรสชาติกลมกล่อม สามารถรับประทานได้ไม่รู้เบื่อ

ส่วนผสมน้ำพริกอ่อง

  • หมูสับ ใช้หมูติดมันจะอร่อย เพราะนิ่ม
  • มะเขือเทศ 15-20 ลูก
  • พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด (ชอบเผ็ด)
  • กระเทียม 5 กลีบ (กระเทียมฝรั่ง)
  • หอมแดง 3 หัว (หอมแดงฝรั่ง)
  • กะปิ 1/2 ชช
  • เกลือ 1/2 ชช
  • น้ำปลาดี 3-4 ชต (ชิมรสเอานะคะ)
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ชต
  • น้ำมะขามเปียก 3 ชต
  • ผักตามชอบ วันนี้ มีผักชี และแตงกวา

วิธีทำน้ำพริกอ่อง

1.นำพริกแช่น้ำให้เปื่อย นำพริก กระเทียม หัวหอม กะปิ รากผักชี นำไปใส่ครกโขลกรวมกันหรือใส่ในเครื่องปั่นบดให้เข้ากัน พร้อมมะเขือเทศให้ละเอียด

2.นำเครื่องแกงที่ได้ (จากข้อ 1) ลงผัดในน้ำมันให้หอม

3.นำเนื้อหมูสับใส่ลงผัดต่อให้สุก

4.ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ให้ได้ออกสามรส คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม

5.แค่นี้ก็เสร็จ ตักใส่ถ้วยได้ทานกับผักสดตามชอบแล้ว

 

สูตรที่ 3 น้ำพริกอ่อง สูตรอร่อยต้องลอง

เป็นสูตรน้ำพริกอ่องสูตรดั้งเดิมต้นตำรับที่วิชัย ทาเปรียว ข่าวสดเชียงใหม่นำมาบอกกล่าวกัน มีเครื่องปรุงและวิธีทำอย่างไรบ้าง…ไปดูกัน

เครื่องปรุง

  • หมูสับ 250 กรัม
  • มะเขือเทศลูกใหญ่ 3-4 ลูก
  • พริกแห้งบางช้างหั่นเป็นท่อน
  • (เอาเมล็ดออกแช่น้ำ 3 เม็ด)
  • ข่า 2 แว่น
  • กะปิปิ้งไฟ หรือถั่วเน่า 1 ช้อนชา
  • หอมแดง 2 หัว
  • กระเทียมกลีบเล็ก 4 กลีบ
  • รากผักชี 2 ราก
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา พอประมาณ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • รสดีรสหมู 1 ช้อนชา
  • ต้นหอมซอย พอประมาณ
  • ผักชีซอย พอประมาณ

วิธีทำน้ำพริกอ่อง

1.นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าที่จะเล็กได้ ต้นหอมผักชีซอยเตรียมไว้

2.ลงมือเตรียมเครื่องน้ำพริกเอาไว้ เริ่มจากนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ข่า รากผักชี กะปิหรือถั่วเน่าใส่ครกแล้วโขลกให้ละเอียดเข้ากัน นำหมูสับลงไปย้ำกับครกให้เข้ากับเครื่องแกงน้ำพริกที่โขลกไว้ นำมะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในครกแล้วย้ำให้เข้ากัน แต่อย่าให้ละเอียด

3.นำกระทะตั้งไฟ (ใช้ไฟอ่อนๆถึงปานกลาง) ใส่น้ำมันลงไป พอร้อนใส่กระเทียมสับที่เหลือลงไป ผัดให้หอม

4.นำเครื่องที่โขลกกับหมูไว้ลงผัดให้ทั่ว ใส่รสดีรสหมูลงไปผัดด้วยไฟอ่อน (คั่วน้ำพริกแกงอย่าให้ไหม้ เพราะจะทำให้มีรสขมได้)

5.ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วเคี่ยวจนกระทั่งมะเขือเทศเปื่อย

6.ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยผักชี ต้นหอม เสิร์ฟพร้อมกับผักสด และแคบหมู

เครื่องเคียงรับประทานกับน้ำพริกอ่อง

  • แคปหมู, ข้าวเหนียว หรือข้าวสวย
  • ผักต้มหรือนึ่งตามชอบ เช่น ฟักทอง, กะหล่ำปลี, ฟักเขียว, บวบ, ดอกแค, หัวปลี
  • ผักสด เช่น ยอดกระถิน, ถั่วพู, แตงกวา, มะเขือเปราะ, ถั่วฝักยาว, ผักไผ่, ผักชีฝรั่ง, สะระแหน่, ผักกาดขาว

 

แนะนำเพิ่มเติม

  • มะเขือเทศควรจะใช้มะเขือเทศผลเล็กชนิดเป็นพวง คือมะเขือส้ม ตามที่คนภาคเหนือเรียก เพราะจะมีรสเปรี้ยวกว่ามะเขือเทศผลใหญ่
  • ส่วนเนื้อหมูควรจะเป็นหมูติดมันเล็กน้อย (จะนิ่มและอร่อย) และสับให้ขาดไม่ติดเป็นพวง หรือเลือกใช้ส่วนสะโพกหมู หรือหมูเนื้อแดง หรือหมูส่วนสันนอกจะอร่อยกว่าแบบซื้อหมูบดสำเร็จครับ… (ซื้อที่ตลาดให้เค้าบดมาเลยก็ได้ครับ)
  • ถ้าจะให้ดีกับสุขภาพควรทานคู่กับผัก จะได้ช่วยในระบบขับถ่ายได้ดี และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรทานกับผักสด (เพราะผักต้มจะสูญเสียวิตามินซีไปกับการต้ม) นอกจากนี้ สามารถเลือกรับประทานคู่กับผักที่มีในท้องถิ่นของเราเอง ถ้าหากอยากจะได้รับสารอาหารหลากหลายจากผัก ก็ควรรับประทานกับผักหลากสีหลากชนิดนะครับ
  • ในมะเขือเทศอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่มากมาย ทั้งวิตามินซีสูงช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยชุ่มชื่น มีสารไลโคพีน มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอย มีวิตามินเอบำรุงสายตา มีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ช่วยระบบการย่อย ช่วยการขับถ่ายอุจจาระ และประโยชน์อีกมากมาย
  • ควรระวังปริมาณไขมัน ดังนั้นน้ำมันพืชที่ใช้ผัด…ควรใส่ให้น้อย

Related Posts